© PAKAPRICH | Adventure Travel & Photography

ไปกินหนู

October 29, 2017

เรื่องเล่าจากอเมริกาใต้ ตอนที่ 24

 


หนูตะเภาไร้ขนสีน้ำตาลเกรียมที่เหมือนโดนสตาฟไว้โชว์อยู่ในลักษณะนิ่งๆ แข็งๆ บางตัวก็ยังเห็นเต็มตัวสมบูรณ์ดี บางตัวก็โดนหั่นเหลือเพียงครึ่งเดียว เราเห็นมันครั้งแรกที่งานบูชาดวงอาทิตย์

หนูตะเภาหรือที่ชาวอินคาเรียกว่า “กุย (cuy)” ไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่น ไม่ใช่สัตว์สตาฟไว้ตั้งโชว์ แต่เป็นอาหารแหล่งโปรตีนชั้นดีของคนเปรูในสมัยก่อน และได้กลายมาเป็นอาหารประจำเทศกาลที่หาซื้อได้ทั่วไปตามท้องถนนในวันจัดงาน

“ถ้ามีคำถามอะไรก็มาถามผมได้ที่ reception เสมอเลยนะ” เจ้าของโอสเทลกล่าวหลังจากพามาที่ห้องพักหลัง check in เสร็จ
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ” เจ้าของโฮสเทลยังไม่ทันจะก้าวออกจากห้องพักไป เราก็มีคำถามถามเค้าเสียแล้ว “มีร้านกุยแนะนำมั้ยคะ?”

ร้านที่เจ้าของโฮสเทลแนะนำมาเป็นร้านที่เชี่ยวชาญในการทำหนูตะเภาเป็นอาหาร ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามดูดีกว่าร้านอาหารข้างทางทั่วไปที่เรากินกันประจำ เรา 2 คนและเพื่อนชาวเกาหลีและอเมริกันเป็นลูกค้ารายแรกของร้านอาหารวันนี้

“สั่งแค่หนูตะเภาย่าง (Cuy al Horno) ตัวเดียวหรอครับ? หนูตัวเล็ก เนื้อไม่เยอะนะครับ เห็นว่ามากัน 4 คนเกรงว่าจะไม่อิ่มกันครับ” พนักงานร้านอาหารถาม

เรา 4 คนเพียงแค่อยากจะลองชิม แถมราคาหนูตัวละ 700 บาทเลยคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องกินให้อิ่มก็ได้ เลยยืนยันกับพนักงานว่าสั่งเพียงตัวเดียวเนี่ยแหละ!

เหตุผลที่เราต้องมาชิมกุยในร้านหรูหราราคาแพงแห่งนี้เป็นเพราะเราไม่กล้าลองชิมร้านตามตลาดหรือตามข้างทางที่อาจจะทำแล้วคาวหรือเหม็นสาบ ถึงจะมีราคาถูกกว่าเกินครึ่ง แต่เกรงว่าจะกินได้แค่คำเดียวแล้วต้องโยนทิ้ง

ไม่นานนักหนูตะเภาย่างก็ถูกเสิร์ฟอย่างแฟนซี หัวใส่หมวกมะเขือเทศอย่างราชา ปากคาบพริกสีส้มสด ตัวนอนเกยอยู่บน rocoto ชุบแป้งทอด น่ารักน่าเอ็นดูมาก เราถ่ายรูปกันอย่างตื่นเต้นเพราะไม่เคยลิ้มลองเมนูแบบนี้มาก่อน

พอถ่ายรูปกันเสร็จก็เริ่มงงงวยว่าจะจัดการกินเจ้าหนูตะเภานี้ได้ยังไง พนักงานร้านเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของพวกเราก็เดินมาบอกว่าเดี๋ยวเอาไปหั่นให้ อันนี้เอามาโชว์ให้ถ่ายรูปกันก่อนเฉยๆ 

หนูตะเภาถูกนำเข้าไปในครัวและถูกเสิร์ฟอีกครั้งในสภาพที่โดนหั่นเป็นชิ้นๆ คู่กับข้าวโพด มันฝรั่ง และ rocoto (พริกชนิดหนึ่งของอเมริกาใต้) ยัดไส้เครื่องเคียงหนูกินคู่กับแป้งกรอบ

ถึงความน่ารักของหนูตะเภาจะหมดไปเพราะโดนถอนขนออกซะเกลี้ยงเกลาแถมยังมีหน้าตาเหมือนหนูบ้านหนูนาทั่วๆ ไป ถ้าแย่หน่อยก็อาจจะมีคนนึกถึงหนูตามท่อระบายน้ำ แต่เวลากินเข้าจริงๆ เรากลับไม่รู้สึกว่ามันน่ารังเกียจหรือน่าขยะแขยงเลย

ปกติแล้วเราเองเป็นคนที่ไม่กินหนัง แต่ถ้าจะลองทั้งทีก็ต้องลองให้สุดๆ ไปเลย ทั้งแทะกระดูก ทั้งกินหนัง แต่หนังหนูตะเภาไม่ได้นิ่มลื่นเหมือนหนังหมูหรือหนังไก่ แต่กลับแข็งกระด้างจนใช้ฟันกัดแทบไม่ขาด แต่รสชาติเนื้อหนูก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเนื้อไก่เลย ไม่คาว ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบ แต่เป็นกลิ่นเฉพาะแบบหนูๆ ที่อธิบายออกมาไม่ถูกเหมือนกัน

สุดท้ายแล้วทุกคนก็กินกันหมดเกลี้ยง หลงเหลือไว้เพียงแต่เศษกระดูกเต็มจาน

“จะสั่งหนูเพิ่มอีกตัวมั้ย?” เราถาม
“ไม่!” ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน

ถึงจะไม่มีใครอิ่ม แต่เราก็ขอจบการลิ้มลองหนูตะเภาไว้เพียงเท่านี้

Please reload

  • Black YouTube Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Facebook Icon