© PAKAPRICH | Adventure Travel & Photography

รถไฟไปมาชูปิคชู

October 8, 2017

เรื่องเล่าจากอเมริกาใต้ ตอนที่ 22

 

 
มาชูปิคชูเป็นหนึ่งในสถานที่ในฝันของเราในการมาอเมริกาใต้ในครั้งนี้ แต่จะนั่งรถมาง่ายๆ มันคงไม่น่าจดจำซักเท่าไหร่ เราเลยตัดสินใจเดินเทรคเส้น Salkantay เป็นเวลา 5 วัน 

จริงๆ แล้วเราสามารถเดินเทรคเอง (self-guided) ที่เส้น Salkantay ได้ แต่เพื่อความง่ายและสะดวกสำหรับเราที่จะได้ไม่ต้องแบกอาหารเองเราเลยเลือกที่จะไปกับทัวร์ 

กรุ๊ปทัวร์ของเรามีทั้งหมด 17 คน ทุกคนเป็นนักท่องเที่ยวจากแดนไกล มีเพียง 3 คนที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ ทั้ง 3 คนมาจากประเทศบราซิล แต่ไม่ได้มาด้วยกัน เพิ่งได้มาทำความรู้จักกันที่นี่ มี 2 หนุ่มและ 1 สาว หนึ่งในสองหนุ่มนั้นเป็นคนหูหนวก

ระหว่างการเดินเทรค Lucien ไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครมากนัก เพราะทุกครั้งที่สื่อสารจะต้องมีปากกาและกระดาษมาเขียนคุยตอบโต้กันทุกครั้ง ถึงแม้ว่า Lucien จะเป็นคนหูหนวก แต่เค้าก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว Lucien พูดได้บ้างนิดหน่อยและอาจจะมีวิธีการเปล่งเสียงออกมาแตกต่างจากพวกเรา 

Lucien เป็นคนเดียวในกรุ๊ปทัวร์ที่ขอถ่ายรูปเดี่ยวให้ทุกคน และสัญญาว่าเค้าจะส่ง email ให้หลังจบทริป และถึงแม้ว่าเราจะพยายามพูดขอบคุณเค้าดังขนาดไหน เค้าก็ไม่สามารถได้ยินเราได้เลย แต่ถ้าหากเค้าเห็น เราก็หวังว่าเค้าคงอ่านปากเราออกนะ

หลังจากที่เดินเทรคกันมา 3 วันเต็ม วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเทรคเรียบทางรถไฟก่อนเดินขึ้นมาชูปิคชู ทางเดินเป็นทางเดินง่ายๆ ไม่ขึ้นไม่ลง มีระยะทาง 11 กิโลเมตร 

ไกด์คอยย้ำเสมอว่าระหว่างการเดินเรียบทางรถไฟให้เดินบนทางเท้า ไม่แนะนำให้เดินบนรางเพราะรถไฟวิ่งเร็ว บางครั้งก็ไม่รู้ว่ามาจากทิศทางไหนจึงอาจเกิดอันตรายได้

เราและโบ๊ทเดินล้าหลังกันอยู่กับกลุ่มคนบราซิล 3 คนและไกด์ที่คอยปิดท้าย เราเดินบนทางรถไฟสลับกับทางเดินเท้า เพราะทางเดินบนรางรถไฟเดินง่ายกว่าเยอะ เพียงแค่เหยียบแผ่นไม้ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคอยเดินทรงตัวบนกลุ่มก้อนหินน้อยใหญ่บนทางเท้าให้ปวดเท้า

ทุกครั้งที่มีเสียงหวูดรถไฟเราจะรีบกลับลงมาเดินบนทางเท้าทุกครั้งโดยไม่รีรอจนกว่าจะรู้ว่ารถไฟจะมาทางไหนเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง 

แต่มีอยู่ครั้งนึงที่มีรถไฟวิ่งมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้วิ่งมาเต็มขบวนยาวๆ แต่เป็นเพียงรถไฟแค่ตู้เดียว เสียงหวูดดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เรารีบกระโดดลงมาจากทางรถไฟลงมาเดินบนทางเท้าตามเดิม

หนุ่มบราซิลที่เดินนำหน้าเราอยู่รีบหันควับกลับมาและเดินเข้าไปใกล้ทางรถไฟมากขึ้นแต่ยังอยู่บริเวณทางเท้า เค้ามีท่าทางขึงขังพยายามโบกไม้โบกมือบอกคนข้างหลังให้รีบเดินลงมาจากทางรถไฟแถมยังวิ่งย้อนกลับไปทางที่เพิ่งเดินมา

เราหันกลับไปข้างหลังอย่างฉงนว่าเค้ากำลังสื่อสารกับใคร กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินอยู่ข้างหลังเรา 3 คนต่างช่วยกันตะโกนเสียงดังลั่นให้คนที่กำลังเดินอยู่บนทางรถไฟรีบลงมา

นาทีนั้นเราทอดสายตาออกไปจึงเห็น Lucien ที่ยังคงเดินก้มหน้าก้มตาอยู่บนรางรถไฟอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

วินาทีนั้นที่รถไฟกำลังวิ่งเข้ามาระยะเกือบประชิด Lucien ได้เงยหน้าขึ้นมาพอดีพร้อมกับเห็นสัญญาณจากทุกคนจึงรีบกระโดดลงมาจากทางรางรถไฟได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด 

ลมหายใจแทบหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าใครที่เห็นเหตุการณ์หัวใจก็คงตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม มีแต่คนขับรถไฟและพนักงานที่อยู่บนรถที่ทำหน้าตาหงุดหงิดชวนโมโห

กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินอยู่หลังเราต่างโล่งใจแต่ก็พากันด่ายับ เราเลยเดินไปเฉลยว่า Lucien เป็นคนหูหนวก ทุกคนถึงจะเกิดความเห็นอกเห็นใจขึ้น

หลังจากนั้นไกด์เลยเดินประกบ Lucien ตลอดทางรถไฟจนถึงที่พัก แต่สิ่งที่น่าประทับใจสุดๆ ในงานนี้ก็เห็นจะเป็นหนุ่มบราซิลที่ไหวพริบดีที่รีบหันกลับไปบอก Lucien ณ วินาทีที่รถไฟวิ่งมาเนี่ยแหละ

ใครมีเหตุการณ์ระทึกขวัญระหว่างเดินทางก็เอามาเล่าสู่กันฟังได้เลยนะ

Please reload

  • Black YouTube Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Facebook Icon