© PAKAPRICH | Adventure Travel & Photography

บนถนนแห่งความตาย

August 20, 2017

เรื่องเล่าจากอเมริกาใต้ ตอนที่ 15

 


พื้นถนนขรุขระที่เต็มไปด้วยหินก้อนเล็กใหญ่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับจักรยานนัก เราปล่อยล้อฟรีลงมาบนทางลาดลงเขา ก้อนหินทำให้เราขี่จักรยานส่ายไปส่ายมาอย่างควบคุมไม่ได้

เรารู้ตัวว่าเรากำลังจะล้ม...

คุณพ่อเคยบอกกับเราตอนเด็กๆ ว่าถ้าจะล้มก็ต้องล้มให้เป็น ล้มอย่างมีสติและเจ็บตัวน้อยที่สุด

แต่คราวนี้เหตุการณ์นั้นต่างออกไป เพราะเราขี่จักรยานอยู่บนถนนแห่งความตาย ถนนคดเคี้ยวไม่กว้างที่มีข้างทางเป็นเหวลึก 500 เมตร 

ถ้าเราจะล้ม เราจะล้มยังไงให้รอด?


——


ก่อนเริ่มเดินทางโบ๊ทเคยออกปากชวนเรา “ไปปั่นจักรยานที่ Death Road กันมั้ย?” 
“ไม่เอาอ่ะ ไม่ไปด้วยหรอก น่ากลัวจะตาย” เราตอบเสียงแข็งอย่างไม่ใช้เวลาคิดเลย

ประสบการณ์การปั่นจักรยานของเรานั้นมีน้อยนิดจนเราไม่กล้าคิดที่จะไป เพราะถ้าเกิดพลาดขึ้นมานั่นอาจหมายถึงชีวิต การจากบ้านมาแล้วไม่ได้กลับไปเป็นความคิดที่แย่เกินกว่าจะรับได้


——


ก่อนเดินทางไปถึงเมืองลาปาซ 1 วัน เราคุยแชทกับเพื่อนสาวไต้หวันที่ล่วงหน้ามาถึงลาปาซเมื่อหลายวันก่อนแล้วเพื่อสอบถามกิจกรรมที่จะทำในเมืองนี้

“เธอได้ไปปั่นจักรยานที่ Death Road รึเปล่า?”
“ฉันอยากไปนะแต่ฉันไม่กล้าไปคนเดียว เธอจะไปมั้ย? ถ้าเธอไปฉันจะเปลี่ยนแผนเดินทางของฉันเพื่อรอไปกับเธอ”
“อ่อ ได้สิ ไว้เดี๋ยวพวกเราถึงแล้วไปหาทัวร์กัน” 

บทสนทนาทั้งหมดได้เกิดขึ้นและจบลงไปภายในไม่กี่นาทีอย่างมีเป้าหมาย

นี่เราทำอะไรลงไป?! 

ถึงแม้ว่าเวลาที่ผ่านมาจะมีประสบการณ์การขี่จักรยานมากขึ้นมาอีกนิดนึงจากตอนอยู่ที่ทะเลทราย Atacama แต่ก็ไม่รู้อะไรทำให้เราตัดสินใจนัดเพื่อนไปแล้วซะแบบนั้น ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่มีความมั่นใจ...

อาจจะเป็นความรู้สึกเสียดายถ้าจะพลาดกิจกรรมนี้ไปเมื่อเราเดินทางมาที่นี่
อาจจะเป็นความต้องการที่อยากทำอะไรใหม่ๆ
อาจจะเป็นความอยากรู้ขีดจำกัดของตัวเอง
อาจจะเป็นความอยากเอาชนะความกลัว
หรืออาจจะเป็นเสียงจากหัวใจที่เรียกร้องหาความท้าทาย...

ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม เราได้แต่ย้ำกับตัวเองว่า “แกเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ! เพราะเพื่อนไต้หวันของแกเค้ายอมเปลี่ยนแผนเดินทางเพื่อรอไปขี่จักรยานกับแกเลยนะ” 

หลังจากแชทเสร็จเราหันมาบอกกับโบ๊ทเรื่องการตัดสินใจในครั้งนี้ โบ๊ทมีท่าทีประหลาดใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้แต่ยืนยันคำเดิมว่าเราไม่ไป

หลังจากตัดสินใจได้ดังนั้น เรารีบเปิดอินเตอร์เน็ตหาข้อมูลรีวิวทั้งบล็อคและวิดีโอเพื่อเตรียมใจล่วงหน้าก่อนไปเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจกับตัวเองและได้แต่หวังว่ามันจะไม่ได้น่ากลัวสมชื่อถนน


——


รถตู้ออกเดินทางจากเมืองลาปาซไปพร้อมกับจักรยานที่ล็อคไว้บนหลังคาเป็นแผงพร้อมหมู่คณะนักท่องเที่ยว 14 คนและไกด์อีก 2 คน

ช่วงแรกของการปั่นจักรยานเป็นถนนลาดยางมะตอยที่ยังไม่นับว่าเป็น Death Road เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับจักรยาน เราผ่านช่วงนี้ไปได้ด้วยดีถึงแม้ว่าจะรู้สึกหวั่นๆ เล็กน้อยกับความเร็วที่วิ่งลงมาตามทางลาด

พอเข้าช่วงที่เป็น Death Road จริงๆ อุปสรรคของเราไม่ใช่ทางลาดลงเขาแต่เป็นก้อนหินน้อยใหญ่ที่มีเกลื่อนกลาดตลอดทาง 

หลายครั้งที่เราขี่จักรยานทับหินเหล่านี้แล้วเผลอบีบเบรคแรงจนทำให้จักรยานที่วิ่งลงเขามาเร็วๆ หยุดชะงักกะทันหันจนหน้าเกือบทิ่ม หลายครั้งที่มีแววว่าจะเจ็บตัวได้แผลเป็นเป็นของฝากแต่ก็ยังไม่เคยล้มซักที

จนกระทั่งเราเริ่มเสียการทรงตัว จักรยานส่ายไปมาบนพื้นกรวด เราพยายามจับแฮนด์ให้แน่นเพื่อประคองตัวไม่ให้ล้ม แต่ดูเหมือนจะสายเกินไปเพราะล้อหน้าได้ไถลไปตามกรวดร่วนบนพื้นจนแฮนด์จักรยานบิดไปเกินกว่าจะควบคุมได้ เรารู้ดีว่าเรากำลังจะล้ม!

หนึ่งข้างทางเป็นผาและอีกหนึ่งข้างทางเป็นเหว ความกว้างของถนนช่วงนี้มีไม่เพียงพอให้รถยนต์หนึ่งคันวิ่งด้วยซ้ำ เรามองเห็นพื้นที่เริ่มเข้าใกล้เราขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพลิกหน้าหนังสือภาพต่อภาพ เหตุการณ์เกิดขึ้นช้าราวกับอยู่ในโลกของสล็อธ

ล้มก็ล้ม! ฉันรู้ตัวอีกทีตอนอยู่บนพื้น มีก้อนกรวดเป็นเพื่อน เหวอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

“เป็นอะไรมั้ย!?” โบ๊ทตะโกนถามมาจากข้างหลัง

“ไม่เป็นไรเลย เค้าเตรียมตัวล้มไว้แล้ว” เราหันไปตอบโบ๊ทหน้าเปื้อนยิ้ม เพราะนี่เป็นการล้มแบบมีสติที่สุด

อาจเป็นเพราะเราขี่จักรยานช้า ทำให้เราล้มเหมือนสล็อธ คือนิ่งและเนิบมาก เราไม่มีแผลและไม่มีความเจ็บปวดใดๆ

เราลุกขึ้นมาขี่จักรยานต่อ การล้มบนถนนที่อันตรายที่สุดในโลกไม่ได้ทำให้เรากลัว แต่รู้ดีว่าต่อไปต้องระวังให้มากขึ้นและมีสติทุกครั้งหลังการบังคับไม่ว่าจะรถ จักรยาน หรือการใช้ชีวิต

อย่างน้อยการล้มครั้งนี้ก็ทำให้เรามีความมั่นใจในการขี่จักรยานมากขึ้นไม่มากก็น้อย

Please reload

  • Black YouTube Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Facebook Icon