© PAKAPRICH | Adventure Travel & Photography

โลกไม่ค่อยกว้าง (2)

June 11, 2017

เรื่องเล่าจากอเมริกาใต้ ตอนที่ 6

 

 

หลังจากเรารอสภาพลมฟ้าอากาศที่เมือง El Chalten มา 8 วัน ในที่สุดท้องฟ้าก็เปิดฝนหยุดตก เราจึงตัดสินใจออกไปถ่ายภาพแสงเช้าที่ Laguna Capri

เราเริ่มต้นเดินตั้งแต่ฟ้ายังมืดและไปเก็บแสงแรงของวันได้ทันเวลา แต่ก็หนาวเกินกว่าที่จะอยากตั้งกล้องเพื่อถ่ายรูปตัวเองหลังเสร็จภารกิจแสงแรก เราตัดสินใจเดินกันต่อเพื่อให้ร่างกายที่เปียกชุ่มจากการกึ่งวิ่งกึ่งเดินเร่งฝีเท้ามาให้ทันดวงอาทิตย์เมื่อเช้านั้นได้แห้งและอุ่นขึ้นบ้าง 

การบอกลา Laguna Capri ในวันฟ้าใสแบบไม่มีรูปตัวเองเลยนั้นทำใจได้ยาก หลังจากการเดินถ่ายรูปที่อื่นเสร็จ ระหว่างทางที่เรากำลังเดินกลับ เราเลยตัดสินใจเดินอ้อมกลับมาที่นี่อีกครั้ง

การตัดสินใจเดินอ้อมกลับมาในครั้งนี้ นอกจากจะได้รูปตัวเองคู่กับ Laguna Capri และ Fitz Roy ในวันฟ้าใสแล้ว เรายังได้เจอกลุ่มพี่คนไทยอีก 6 คน เป็นผู้หญิง 2 คน ผู้ชาย 4 คน อายุประมาณราวๆ 40-60 ปี

จากประสบการณ์ครั้งที่แล้วทำให้เราไม่ค่อยอยากพูดคุยกับคนไทยมากนักเพราะไม่อยากเสียความรู้สึก แต่ครั้งนี้นั้นแตกต่างไปจากครั้งก่อนมาก พี่เค้าเริ่มต้นเข้ามาคุยกับเราก่อนและจากที่คุยไปคุยมาเลยทำให้รู้ว่า "พี่ดา" พี่ผู้หญิงสุดแกร่งที่เคยไปพิชิตยอดเขามาหลายลูกแล้วเป็นหนึ่งใน กลุ่ม Thailand Mountaineering Club (TMTC) และมีคนที่รู้จักคนเดียวกันกับบเราอีกต่างหาก แถมยังเคยไปปากีสถานกับ tour agency เดียวกันอีกด้วย

"แล้วนี่ทำงานอะไรกันหรอคะ อยู่เที่ยวได้นานจัง?" พี่ดาเอ่ยถาม

เรายังอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่กับคำถาม ไม่รู้จะตอบยังไงดี กลัวพี่เค้าจะไม่เข้าใจ แถมยังฝังใจที่โดนตัดสินว่าเป็นบล็อคเกอร์แล้วไม่ทำงานเหมือนครั้งที่แล้วเลยโดนโบ๊ทชิงตอบก่อน

"เป็นฟรีแลนซ์ ถ่ายภาพขายครับ" 

"ดีจังเลยค่ะ ได้ท่องเที่ยวด้วยและทำงานไปด้วย" พี่ดายิ้มแย้มและตอบออกมาด้วยความยินดี "แล้วน้องฝ้ายล่ะคะ?"

"ฝ้ายทำบล็อคอยู่ด้วยกันกับโบ๊ทเนี่ยแหละค่ะ แล้วก็มีเขียนหนังสือด้วยกันค่ะ"

"ดีจังเลยนะคะ อายุยังน้อยได้มีโอกาสออกมาทำอะไรแบบนี้" พี่ดาตอบอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ดาเข้าใจเรานั้นคงเป็นเพราะทีมที่มาด้วยกันกับพี่ดาเป็นช่างภาพที่ขายรูปออนไลน์และประสบความสำเร็จมียอดขาย 6 หลักต่อเดือนทั้งหมดทั้ง 3 คน

หลังจากที่พูดคุยกับพี่เค้าเสร็จแล้ว เราต่างแยกย้ายกันไป แต่แล้วก็ได้มาเจอกันอีกทีขณะที่เรากับโบ๊ทกำลังเดินออกไปนอกเมืองเพื่อไปถ่ายรูปแสงเย็นกับ Fitz Roy

"ปี๊น ปี๊น" เสียงแตรรถชนิดทักทายดังขึ้น

รถคันสีขาวของกลุ่มพี่คนไทยขับมาทักทายพวกเรา และพอรู้ว่ากำลังจะไปถ่ายภาพเหมือนกันพี่เค้าก็เลยรับให้เราขึ้นรถไปด้วย

ถ้าไม่มีกลุ่มพี่คนไทยที่ขับรถพาเราไปจุดถ่ายรูปที่ห่างจากเมืองไปหลายกิโลเมตร เราคงไม่ได้รูปแสงเย็นกับ Fitz Roy ที่สวยงามขนาดนี้ 

ด้วยความมีน้ำใจของพี่ดา พี่เค้าเลยชวนให้ไปถ่ายแสงเช้าในวันรุ่งขึ้นด้วยกันอีกและเอ่ยปากเสนอว่าจะมารับถึงที่พัก

เช้าวันถัดมา เราได้ไปรอแสงเช้ากับกลุ่มพี่ๆ เค้าอีก และวันนี้เป็นวันที่พี่ๆ เค้าจะไปเดินเทรคและนอนแคมป์กัน 3 วัน 2 คืน แต่ "พี่ต้อย" พี่ผู้หญิงอีกคนนึงนั้นไม่ได้ไปด้วยเพราะไม่ชอบความหนาวทรมานที่ต้องนอนในเต็นท์ พี่ต้อยเลยตัดสินใจไปเดิน hike กับเรา

พี่ต้อย คุณแม่ลูกสองที่มีอายุ 60 ต้นๆ นั้นยังแข็งแรงแถมยังลุยอยู่นั้นเดินทางมาแล้ว 70 กว่าประเทศกับสามี "พี่หมอเสื้อ" ที่แข็งแรงไม่แพ้กัน เพราะถึงจะอายุ 60 กว่าแล้วยังอยากจะกลับไปเทรคที่ Everest Base Camp อีกครั้ง 

ถึงพี่ต้อยจะเดินช้าแต่ก็เดินถึงจุดมุ่งหมายและไม่บ่นซักคำ การเดิน hike กับพี่ต้อยเป็นการเดิน hike ที่เพลิดเพลินที่สุดใน Patagonia ของเราเลย เพราะพี่ต้อยเป็นคนคุยสนุกและเล่าเรื่องเก่งเลยนำเรื่องราวต่างๆ มากมายจากหลายประเทศมาเล่าให้เราฟังระหว่างเดิน 

เรารู้สึกได้ถึงความใจดีและรู้สึกอบอุ่นเวลาได้พูดคุยกับพี่ๆ ทุกคน และยิ่งการได้พาพี่ต้อยไป hike ด้วยกันเป็นเหมือนการได้ดูแลญาติผู้ใหญ่คนนึงเลยล่ะ 

การได้โคจรมาเจอกับพี่คนไทยกลุ่มนี้ถือเป็นโชคดีของเรามาก เพราะเรื่องราวของพี่ๆ ทุกคนยังช่วยเปิดโลกของเราให้ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก และเป็นการตอกย้ำว่าจริงๆ แล้วโลกใบใหญ่ใบนี้นั้นก็ไม่ค่อยกว้างและอ้างว้างจนเกินไป

ใครไปต่างประเทศแล้วเจอคนไทยใจดีบ้าง ยกมือขึ้นนน 

Please reload

  • Black YouTube Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Facebook Icon