© PAKAPRICH | Adventure Travel & Photography

ภาวนาให้ฟ้าปิด

May 28, 2017

เรื่องเล่าจากอเมริกาใต้ ตอนที่ 4
 

 
แผนวันนี้ของเราคือการไป Perito Moreno ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดของ Patagonia

เค้าว่ากันว่าถ้าไปดูธารน้ำแข็งช่วงเช้าคนจะเยอะ เราเลยเลือกที่จะไปกันช่วงบ่ายแทน 

รถบัสออกเดินทางจาก El Calafate ตอนบ่ายโมง เป็นช่วงเวลาอึมครึมแต่ฝนไม่ตก อีกประมาณชั่วโมงครึ่งเป็นเวลาที่เราได้เดินทางมาถึง เรารีบลงรถไปด้วยอาการสะลึมสะลือเพราะเพิ่งตื่นนอน 

เปาะ แปะ เปาะ แปะ ฝนเริ่มตกปรอยๆ ลงมาเบาๆ 

"เฮ้อออ อากาศพาตาโกเนียจะเป็นแบบนี้ตลอดเลยใช่มั้ย? พวกคาดเดาไม่ได้" เรากับโบ๊ทบ่นกันงึมงำ

เราเริ่มต้นเดินดูธารน้ำแข็งจากจุดจอดรถข้างล่างใกล้กับจุดลงเรือ ทางเดินโครงเหล็กมีราวจับทำจากไม้ทอดตัวยาวออกไปเป็นกิโลเมตร เส้นทางเดินจากจุดที่เราลงรถนี้ส่วนใหญ่เป็นทางเดินขึ้นเกือบทั้งหมด มีระเบียงออกไปให้ชมวิวบ้างประปราย 

เราเดินชมวิวท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ฟ้าที่หมนหมองทำให้มองไม่เห็นว่าหลังกลุ่มก้อนน้ำแข็งสีฟ้าใสมหึมานี้เป็นยังไง เราเดินขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวที่สูงที่สุดและนั่งพักหลบฝนกันอยู่ใต้หลังคารอเวลารถกลับตอน 6 โมงเย็น

"เอายังไงดี? อยากถ่ายรูปอะไรอีกมั้ย? เพราะถ้าไม่ถ่ายแล้วจะได้ไปหลบหนาวนั่งรอกันยาวๆ ในคาเฟ่" เราถามโบ๊ท
"เดี๋ยวรอดูอากาศอีกแป๊บนึงก็ได้" โบ๊ทตอบ

ซักพักเราเจอคุณแม่ชาวอาร์เจนตินาจาก Buenos Aires ที่มากันเป็นครอบครัวใหญ่ซึ่งนั่งรถมากับเรา 

เพราะฝนที่ยังตกแบบไม่มีวี่แววว่าจะหยุด คุณแม่เลยชวนพวกเราไปนั่งที่คาเฟ่ด้วยกัน บอกว่าคนขับรถขับมารับข้างบน ถ้าจะไปจะได้ไม่ต้องเดินลง เราตอบปากรับคำคุณแม่ไปอย่างดิบดี 

จังหวะที่กำลังหันหลังกลับ ฟ้าทำท่าเหมือนจะเริ่มใส ถึงตอนนั้นจะอยากรอดูท่าทีซักหน่อยก็ทำไม่ได้แล้วเพราะคุณแม่เดินไปรอในรถเรียบร้อยแล้ว 

เรากับโบ๊ทนั่งรถลงไปยังคาเฟ่ที่อยู่ข้างล่างไปนั่งอุ่นๆ กินโกโก้ร้อนรอเวลา

ทันทีที่นั่งจิบโกโก้ได้ไม่กี่จิบ

"นี่ฟ้าเปิดขึ้นปะเนี่ย?" เราถามโบ๊ทด้วยความเอะใจ
"ไม่หรอก มันก็เหมือนๆ เดิมนั่นแหละ แต่พอเราเข้ามาที่อุ่นๆ เราก็เลยเห็นว่าฟ้ามันสวยขึ้นเอง"
"จริงอะ?!" เราไม่เชื่อโบ๊ทเพราะมันดูสดใสขึ้นจริงๆ แต่เราเอาแต่ภาวนาให้เป็นอย่างที่โบ๊ทว่า เพราะมันน่าหงุดหงิดเหลือเกินที่จะเชื่อว่าฟ้ามันเริ่มใสขึ้นในทันทีที่เราหันหลังกลับ! แถมเรื่องที่น่าเจ็บใจที่สุดคือเราเสียค่าโกโก้ราคาแพงเกินควรเพื่อจะนั่งรออุ่นๆ ในร้านคาเฟ่แห่งนี้ซะแล้ว

เราต่างนั่งซดโกโก้ดูท่าทีของฟ้าอย่างกังวล แต่แล้วฟ้ามันก็สว่างสดใสขึ้นจริงๆ 

"งั้นเค้าวิ่งออกไปดูอากาศก่อนนะ" โบ๊ทรีบคว้ากล้องแล้ววิ่งออกไปนอกคาเฟ่ 

หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาชักชวนให้เราเดินขึ้นบันไดกลับไปยังเส้นทางเดิมเพื่อไปถ่ายรูปกันอีกครั้ง 

เรารีบไปบอกคุณแม่ให้คนขับรถช่วยวนไปรอรับเราข้างบนเหมือนเคยตามเวลาเดิมที่กำหนด แต่ตอนนี้เราเหลือเวลาอีกแค่เกือบๆ ชั่วโมงกับระยะทางเดินขึ้นประมาณ 1 กิโลฯ นิดๆ

เรากับโบ๊ทวิ่งกระหืดกระหอบกันออกไป เร่งฝีเท้าขึ้นบันไดไปตามทาง เหงื่อเริ่มซึมออกมาทั้งๆ ที่อากาศข้างนอกนั้นเย็นจนควันออกปาก เสื้อขนเป็ดและเสื้อกันฝนไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เรารีบวิ่งไปยังจุดชมวิว รีบเซทกล้อง รีบโพสท่า รีบถ่ายรูป ทุกอย่างเกิดขึ้นบนความรีบ

การเดินขึ้นครั้งที่ 2 เป็นไปอย่างรวดเร็วและเสร็จภารกิจตรงตามเวลา เราเดินขึ้นไปรอรถที่จุดนัดพบพร้อมเหงื่อที่แตกพลั่กถึงแม้ว่าจะเหลือเสื้อยืดแค่ตัวเดียวแล้วก็ตาม

ที่ต้องเดินเหนื่อยกันมาทั้งหมดนี้เป็นเพราะฟ้าเปิดอย่างเดียวเลยจริงๆ นะ 
ไม่น่าเล้ยยย!

ใครเคยมีเหตุการณ์ไปเที่ยวแล้วใจนึงก็อยากให้ฟ้าปิดบ้างมั้ย? มาเล่าให้ฟังกันได้จ้า

Please reload

  • Black YouTube Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Facebook Icon