© PAKAPRICH | Adventure Travel & Photography

สมอบก

May 21, 2017

เรื่องเล่าจากอเมริกาใต้ ตอนที่ 3
 

 
Mirador Las Torres คือสถานที่ในฝันของเราและเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของ Torres del Paine ใน Patagonia เรียกว่าใครมาแล้วไม่ได้เห็นคงค้างคาใจ

เราอยากไปเห็นหอคอยหินแกรนิตสามแท่งพร้อมแสงยามเช้าฉาบลงบนยอด แต่การจะไปเห็นวิวดังกล่าวได้นั้นต้องอาศัยโชคเรื่องดินฟ้าอากาศและกำลังขาของตัวเอง เพราะเราสามารถไปเห็นที่นี่ได้ด้วยเท้าเท่านั้น

การเดินทางแบบง่ายสุดคือ 1-day hike เดินขึ้นไปดูวิวแล้วก็กลับระยะทางเดินประมาณ 20 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

แต่เราเลือกที่จะเดิน W Trek ซึ่งเป็นเส้นทางเทรค 5 วัน ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสุดฮิตของที่นี่ ฮิตชนิดที่ว่าถ้าใครจะมาเดินตอน high season จะต้องจองจุดกางเต็นท์กันล่วงหน้าหลายเดือน ส่วนเรามาตอนใกล้ low season จึงทำให้จองง่ายและยืดหยุ่นมากกว่า

(นอกจาก W Trek แล้วยังมี O Trek ซึ่งใช้เวลาประมาณ 8 วัน และ Q Trek ซึ่งใช้เวลาประมาณ 9 วันด้วยแต่จองยากมากและปิดในช่วง low season)

Patagonia นั้นขึ้นชื่อว่ามีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมากเพราะสามารถเจอกับอากาศทุกฤดูได้ภายใน 1 วัน ถ้าโชคร้ายก็คงจะเจอแต่ลม ฝน หิมะ และเมฆหมอกที่ลอยมาบังวิวภูเขาตลอดการเทรค เราเลยวางแผนที่จะเทรคให้นานขึ้นเพื่อใช้รอโชคอากาศที่ดีของเรา เราเลยเดิน W Trek จาก 5 วันเป็น 8 วัน

การมาเทรคที่นี่มีหลายรูปแบบ มีตั้งแต่ที่พักฟรี แต่ต้องแบกเต็นท์แบกอาหารไปเอง และแบบที่พักใน Refugio ที่มีอาหารให้ทั้งเช้า-เย็น แต่ราคาคืนละ 3,000 กว่าบาทต่อคน เราเลยเลือกที่จะแบกเต็นท์และอาหารกันไปเอง

นอกจากเสบียงอาหารที่เพียงพอต่อ 2 คนสำหรับ 8 วันยังหนักแล้ว เรายังต้องแบกหม้อ แก๊ส และหัวแก๊สไปอีก ทำให้การเดินเทรคครั้งนี้หนักหนาสาหัสตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเดิน แต่วันแรกนั้นไม่หนักเท่าวันที่ 3

วันนี้เป็นวันที่เราต้องเดินจากแคมป์ (Campamento Torres) ไปอีกแคมป์นึง (Italiano) ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร แบกเสบียงอาหารและเต็นท์เดินขึ้นๆ ลงๆ กันในภูเขา ทางเดินไม่ยากแต่ไกลและหนักแถมตอนเช้าวันนี้ยังเป็นวันที่เราเดินขึ้นไปจุดชมวิว Mirador Las Torres (ไป-กลับ 2 ชั่วโมงจากแคมป์) อีกครั้งเพราะสองวันที่เรามานั้นฝนตกตลอด ทำให้เราเดินออกจากแคมป์สายกว่ากำหนดไว้เกือบสองชั่วโมง

เราเดินกันจนขาสั่น ปวดตัวไปหมด ระหว่างทางหลังจากเดินมาเกือบ 7 ชั่วโมงเราก็มาถึง Refugio Los Cuernos เราเลยเดินเข้าไปถามเรื่องห้องกับ reception เพราะทั้งเหนื่อยตัวเหนื่อยใจ ท้อแท้กับการเดิน ไม่อยากเดินต่อแล้ว อยากให้มีเฮลิคอปเตอร์บินมารับเหมือนที่เนปาลเลย 

แต่พอพนักงาน reception รู้ว่าเราจองแคมป์ไว้ที่ Italiano ก็รีบบอกว่าเราอยู่ใกล้กับแคมป์ Italiano มากแล้วนะ เดินไปไม่เกินชั่วโมงครึ่งแน่นอน พระอาทิตย์ตกตั้งสองทุ่ม* ไปทันแน่ๆ ทำได้อยู่แล้ว!

แหม่ เกือบจะได้เงินจากชั้นอยู่แล้วเชียว reception พูดให้กำลังใจซะขนาดนี้เลยใจชื้น ยอมเดินต่อไปอีก 5 กิโลเมตรเพื่อไปพักที่แคมป์ Italiano ตามที่ตั้งใจไว้ 

ฝนตกปรอยๆ ในเวลาโพล้เพล้ แสงอาทิตย์เริ่มมอดลงไปทุกที เราเดินวนไปวนมาอยู่ในป่าราวกับวิ่งเล่นอยู่ในเขาวงกต gps บนมือถือบอกว่าจะถึงอีกไม่กี่ร้อยเมตร แต่ทำไมยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีแคมป์ตั้งอยู่ซักที ร่างกายมันไม่ไหวมาตั้งแต่ก่อนถึงแคมป์ที่แล้วแล้ว เราเดินสะอื้นกับตัวเองคิดว่าชั้นมาทำอะไรอยู่ที่นี่ จนในที่สุดก็พาตัวเองมาถึงแคมป์

กำลังขาที่อ่อนเปลี้ยและเท้าที่ปวดบวมพร้อมจะทำให้ร่างพับลงไปกองกับพื้นในทันทีที่หยุดคุยกับ reception หน้าแคมป์ตอนเช็คอิน ในใจเราเรียกร้องหานวัตกรรมที่เรียกว่าเก้าอี้ แต่พอเช็คอินเสร็จสองขาก็รีบพาตัวเองเดินไปหาที่กางเต็นท์

เรากับโบ๊ทช่วยกันกางเต็นท์ออกมา แล้วก็พบว่าสมอบกไม่ได้อยู่ในถุง! 

โบ๊ทบอกว่าอาจจะลืมไว้ที่แคมป์ที่แล้ว ตอนเก็บเต็นท์อาจจะลืมเก็บมาด้วย 

ตายแล้ววว อยากจะร้องไห้ เหนื่อยแล้วยังต้องมากางเต็นท์ แต่พอจะกางเต็นท์ก็ดันกางไม่ได้อีก

เราเดินไปหา reception เพื่อไปขอสมอบกสำรอง (ถ้ามี) เราได้มา 2 ตัว (ทั้งเต็นท์ต้องใช้ 9 ตัว) โบ๊ทเดินไปถามนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่ทำอาหารอยู่ แต่ไม่มีใครมีสมอบกสำรองเลย 

เราเดินคอตกกลับไปที่จุดกางเต็นท์ ปักสมอบกลงไปท้ายเต็นท์ 2 ตัว แล้วแก้ปัญหาโดยการเอา trekking pole 2 ข้างมาเกี่ยวไว้กับหูเต็นท์แล้วใช้ก้อนหินทับ โบ๊ทแกะขาตั้งกล้องออกมาเป็น 2 ส่วนแล้วทำแบบเดียวกัน ถึงจะกางเต็นท์ไม่สวยแต่ก็ยังเข้าไปนั่งไปนอนได้ซักที

ถึงตอนนี้เราคุยกันว่าเราจะไม่ไปต่อเพราะเราหมดสนุกแล้ว และร่างกายก็บอบช้ำเกินกว่าจะลุยต่อ แถมยังไม่มีสมอบกอีก

เช้าวันถัดมาตอนเก็บเต็นท์

"เอ๊ะ! นี่อะไร!?" โบ๊ทร้องขึ้นขณะกำลังรีดลมม้วนเต็นท์และสัมผัสถึงก้อนบางอย่างอยู่ใต้ผ้าใบก่อนจะเอามือล้วงไปหยิบออกมา

"สมอบก!" โบ๊ทโพล่งออกมาด้วยความดีใจปนประหลาดใจ "นี่แกอยู่ใต้เท้าเรามาตลอดคืนเลยสินะ..."

สุดท้ายเราเลยได้เดินแบกของนอนกางเต็นท์กันอีก 1 คืน

หมายเหตุ: โดน reception หลอก พระอาทิตย์ตก 18:50 ฟ้ามืดมาก่อนถึงแคมป์เลยเชียว 

ใครมีประสบการณ์เดินเทรคจนอยากร้องไห้มาแบ่งปันกันได้น้า 

Please reload

  • Black YouTube Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black Facebook Icon